ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > รักษาโรคมะเร็งทุกชนิดหาย 08697...

รักษาโรคมะเร็งทุกชนิดหาย 0869744878


เรียน  ญาติผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกท่านทราบไม่ว่าญาติของท่านจะเป็นโรคมะเร็งชนิดใดก็ตามเรารักษาให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งนั้นให้หายได้และกลับมามีชีวิตที่เป็นปกติได้  (กรณีหมอหลวงไม่รับรักษาแล้วเราก็ยินดีรับรักษา)  ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษา  3-5  เดือน  ผู้ป่วยจะต้องกินแต่อาหารเจ  อย่างเดียวตลอด  3-5  เดือนและญาติของผู้ป่วยจะต้องอธิฐานว่าเมื่อผู้ป่วยของท่านหายดีแล้วท่านจะต้องทำบุญอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวร  เช่น  บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลสงฆ์,  บวชพระ,  บวชชี,  สร้างโบสถ์เป็นต้น  เวลานี้เรารักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งหายจำนวนร้อยกว่าคนแล้ว  ค่ารักษาขึ้นอยู่กับความหนักเบาของโรคมะเร็ง  ติดต่ออาจารย์  086-974-4878



ผู้ตั้งกระทู้ อาจารย์ 0869744878 (artworks_2008-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2009-04-02 12:58:07


[1] 2 3 4 5 6 7 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (2024616)

ตาของเราเป็นมะเร็งลำไส้ตอนนี้หายแล้วตาเราเคยรักษามาหลายวิธีกินยามามากมาย คนที่เป็นอย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะค่ะตาเราอายุ83ยังหายได้เลยตอนนี่แข็งแรงแล้วจากที่เคยปวดท้องตอนนี้ไม่มีแล้ว ตาเราไม่ได้รักาที่โรงพยาบาลเพราะหมอไม่รับแล้ว  ถ้าอยากคุยกับเราเราพอจะให้คำแนะนำได้

mathurotyosakai@hotmail.com เราไม่คิดตังเพราะเราเข้าใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น ประชาชน (mathurotyosakai-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-03-13 13:54:16


ความเห็นที่ 2 (2041252)

โรคร้ายหายได้อย่าเพิ่งสิ้นหวังที่มูลนิธิไทยกรุณาจ.กาญจนบุรีรักษาโรคร้ายทุกชนิดฟรีไม่คิดเงินด้วยสมุนไพรไทย สนใจโทร0870985794  ยินดีให้ข้อมูล

ผู้แสดงความคิดเห็น ทองสุข (teenoi-0-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-11 12:10:38


ความเห็นที่ 3 (2041625)
ที่มูลนิธิไทยกรุณา หลักการที่เขาใช้ คือ ตนพึ่งตน การที่ใช้สมุนไพร ก็คือการพึ่งตัวเอง โดยมีสมุนไพรเป็น วัตถุดิบ และใช้กระบวนการธรรมชาติของร่างกาย ในการนำวัตถุดิบนี้ไปสร้างภูมิของร่างกายขึ้นมา เมื่อร่างกายมีภูมิก็จะสร้างสารและกระบวนการต่อต้าน สิ่งแปลกปลอมที่มีในร่างกาย ในขณะที่การใช้เคมี เป็นส่วนที่สังเคราะห์ขึ้น เมื่อจะใช้ต้องมีสารนำเพื่อเข้าสู่ร่างกาย และตกค้าง ทิ้งอยู่ในร่างกาย อันก่อให้เกิดผลข้างเคียง อีกทั้งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาอีก การไปทานยาที่นั่น จึงกำหนดกติกา กว้างๆว่า ต้องทานต่อเนื่อง จนร่างกายสามารถนำสมุนไพร ซึ่งเป็นวัตถุดิบไปสร้างภูมิได้เอง ต้องหยุดยาเคมี เพื่อให้ร่างกาย หรืออวัยวะ ไม่บอบช้ำ และไม่ให้เคมีไปทำงานแทนระบบ ภูมิคุ้มกันของตัวเอง อันจะทำให้ระบบอ่อนแอ และไม่สามารถขาดสารเคมีได้ (หยุดยาไม่ได้) องค์ประกอบอีกอย่างที่เขาเน้น คือ การสวดมนต์และการทำความดี เหตุผลที่เขาให้ก็คือ พระพุทธเจ้าตรัสว่า โลกเกิดจากกรรม ดังนั้น กระบวนการรักษา ย่อมต้องแก้ที่ต้นตอคือกรรม จากคำตรัสที่ว่า ธรรมเท่านั้นชนะกรรมได้ ดังนั้น ที่นั่น จึงสอนให้เราสวดมนต์และทำความดี ตามพระพุทธเจ้า เพื่อหยุดกรรม แล้วจึงเอาสมุนไพรไปหยุดโรก เขามีคำขวัญของชมรมว่า ธรรมะ ล้าง กรรม สมุนไพร ล้าง โรค แต่สิ่งหนึ่งที่เขามักเน้นเสมอคือ ยาเคมี มีไว้เพื่อระงับ ดังนั้นกินปุ๊บเห็นผลเลย แต่สมุนไพร ต้องรอเวลา อีกทั้งต้องผ่านการลงแดง ของอาการของโรคก่อน จึงจะหายได้ ดังนั้น ผู้ที่อยากไปลองเป็นทางเลือก ส่วนมากมักจะท้อ เมื่อถึงระยะลงแดง และมักจะยืนระยะไม่ได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ แต่ผู้ที่ทำได้ดังที่เขาบอก ประสพผลสำเร็จมากมาย มีให้เห็นเยอะแยะ ไม่ว่าโรคใดๆ ก็ตาม เบาหวาน ความดัน กระดูก มะเร็ง แม้แต่โรคเอดส์ กระนั้นก็ตามผู้ที่ไม่สำเร็จก็มีมากมาย เนื่องจากปัจจัยที่กล่าว อย่างไรก็ตาม สามารถเป็นทางเลือกที่ดี เพราะ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องเสียตังค์ แต่ก็ต้องลงทุนเปลี่ยนความประพฤติ และนิสัยน่ะ รายละเอียดไปถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นเองจะดีกว่า ที่เล่ามา เป็นแค่เท่าที่รู้ ที่อยู่ ก.ม. ๑๑๐ ท่าม่วง กาญจนบุรี เปิด พฤหัส กับ อาทิตย์ ๖.๐๐ น. สิ่งที่ต้องใช้ รูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ ใบ สำเนาบัตรประชาชน ๑ ฉบับ ตัวคนไข้ สอบถามเพิ่มเติมโทร0870985794 ยินดีช่วยเหลือ
ผู้แสดงความคิดเห็น ทองสุข (teenoi-0-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-15 06:50:22


ความเห็นที่ 4 (2041734)
ราคาคุยอีกแล้วครับท่าน.................
ผู้แสดงความคิดเห็น ไม่บอก วันที่ตอบ 2010-08-16 13:34:56


ความเห็นที่ 5 (2042486)
ที่มูลนิธิไทยกรุณาราคาคุยเพราะผมไปรักษามาโรคมะเร็งแล้วไม่เห็นอาการดีขึ้นมาเลยทั้งที่ดูแลตัวเองตามที่ได้แนะนำมา.แถมโดนถูกอีกด้วย.ว่าไปรักษาฟรี.เลิกหลอกได้แล้ว..
ผู้แสดงความคิดเห็น ราคาคุย วันที่ตอบ 2010-08-22 12:02:53


ความเห็นที่ 6 (2048461)
คนจริง ไม่กลัวไฟ กระทู้ก่อนหน้า เขาใช้ชื่อ และมีเบอร์ โทร กระทู้คุณ ก็น่าจะทำตาม จะได้เชื่อได้ว่า เป็นจริงน่ะ และสร้างวัฒนธรรมที่ดี ถ้าไม่กล้า ก็อย่าโพสต์เลยดีกว่ามั๊ง
ผู้แสดงความคิดเห็น Lord วันที่ตอบ 2010-09-28 15:15:36


ความเห็นที่ 7 (2059162)
มารายงานผลตรวจล่าสุดหลังจากทานยาสมุนไพรที่มูลนิธิไทยกรุณามา3เดือนกว่า(ไปเอายาอาทิตย์ละ1วัน)ก่อนหน้านั้นมะเร็งกระจายไปที่ปอดผ่าออกแล้วข้างละ6จุด หลังจากทำct scanเจอเหลืออีก7มิล ตอนนี้ไปเอ็กซเรย์และตรวจเลือดกลับมองไม่เห็นจุดที่ปอดอีกเลย ผลเลือดดีปกติ ใครไปรักษาไม่หายก็อาจเป็นไปได้นะครับเพราะไม่ศรัทธา แต่สำหรับผมบอกได้คำเดียวว่าปาฏิหารมากครับขนาดหมอยังงงเลยว่าหายไปได้ไง ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตัวตามวิถีพุทธด้วยครับเพราะโรคนี้เกิดจากกรรม ฉะนั้นคนที่ไปรักษามะเร็งที่นี่บางคนก็หายบางคนก็ไม่หายอยู่ที่การปฏิบัติและเวรกรรมของแต่ละคนด้วยครับเพราะยาเขาให้มาทานเหมือนกัน โทรมาคุยได้ตลอดครับยินดีให้ข้อมูล0870985794
ผู้แสดงความคิดเห็น ทองสุข (teenoi-0-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-24 09:19:23


ความเห็นที่ 8 (2059472)
ทองสุกเอ๋ย.ถามจริงๆว่ามีกี่ชื่อ..ที่เข้าไปโพตตามบรอด์ต่างๆ..เปลี่ยนชื่อไปเรื่อย.แต่เบอร์โทรเป็นคนๆเดียวกัน.. คนหน้าม้าอย่ามาหลอกเลยแถมราคาคุยอีกด้วยครับท่าน.ตามฟรอม์...หลอกให้คนใจบุญนำเงินไปบริจากเยอะๆสิไม่ว่า.ฉากหลังทำอะไรกันอยู่คนเขารู้กันหมดแล้ว...นั่งนับเงินสบายเข้ากระเป๋าอย่างเดียว..ส่วนคนที่ไปรักษามาแล้วไม่หาย.ก็ทำเป็นบอกว่าเขาคนนั้น.( ไม่มีสัทธา ) อ้างไปเรื่อย.แล้วที่ตายไปมากมายหลังจากกินยาเข้าไปกี่คนแล้วไม่เห็นนำมาลงบ้าง..อย่างนี้พูดด้านเดียว..(ผักชีโรยหน้า)เวรกรรมจะกินกบาลระวังให้ดี...พวกลวงโลก..
ผู้แสดงความคิดเห็น คนในมูลนิธิไทยกรุณาที่รู้จริง.. วันที่ตอบ 2010-11-26 10:40:28


ความเห็นที่ 9 (2060194)
ถ้าท่านเป็นคนในมูลนิธิจริงไม่น่าจะมากล่าวหาแบบนี้นะ ผมไปทุกวันอาทิตย์ถ้าไงลองมาเจอกันดีไหม ผมศรัทธาในตัวหลวงพ่อนิพนธ์และสมุนไพรของแม่ชีเมี้ยน รวมทั้งหลักธรรมที่หลวงพ่อนำมาเทศน์ให้ฟัง ฉะนั้นท่านไม่ควรมาลบหลู่ คนป่วยที่เขาศรัทธาเท่านั้นจึงจะหายจากโรค ผมไม่มีส่วนได้เสียกับมูลนิธิและเป็นคนป่วยคนหนึ่ง ไม่ใช่หน้าม้าจึงไม่จำเป็นที่จะมาหลอกลวงใครทั้งสิ้นที่โพสต์ไว้ก็เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่กำลังสิ้นหวังกับการรักษาแผนปัจจุบันเท่านั้น
ผู้แสดงความคิดเห็น ทองสุข วันที่ตอบ 2010-12-03 08:35:11


ความเห็นที่ 10 (2062403)

เอ้า สรุปความเป็นมาเป็นไงกันแน่ครับ 

ผมจะเชื่อใครได้กัน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่ต้องการรักษา วันที่ตอบ 2010-12-26 17:32:09


ความเห็นที่ 11 (2062420)
สำหรับส่วนตัวของดิชั้นนะคะดิชั้นได้ไปมาแล้ะรุ้สึกดีขึ้นจริงๆค่ะอันนี้ก็แล้วแต่คนอะค่ะ ดิชั้นคิดว่าของงี้มันต้องพิสุจน์น่ะ คนที่ให้ร้าย เค้าเก้าะไม่ได้แสดงหลักฐานอะไรออกมา จิงแล้วคำพูดจะพูดอะไรออกมาก้อได้ให้สวยหรูหรือดูแย่อะนะ เก้าะอยุ่ที่เราพิสุนจ์แหละ แต่จริงๆแล้ว ส่วนตัว ยังเชื่อในตัวยาของมุลนิธิไทยกรุณาอยุ่ มันมีอะไรบางอย่างที่มันไม่ใช่แค่คนให้ร้ายเค้าพูดแล้วจะเชื่อตามอ้ะ ความพยายามของทางมุลนิธิเค้าหลายๆอย่างทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังนะคะ และอีกอย่าง มันเก้าะมีนะเค้าเก้าะเคยบอกว่าบางคนรักษาไม่หาย อันนั้นมันเก้าะน่าจะมีปัจจัยอื่นอยุ่ด้วย บวกกับความศรัทธาที่มีเพราะยาเค้าเค้าก้อบอกนะคะบางคนอาจจะได้ผลหรืออาจจะไม่ได้ผล และจากที่อ่านโพสต์ข้างบนมาอยากบอกว่าถ้าใครบางคนมองว่า การโพสต์เชียร์เป็นสิ่งไม่ได้ มันเก้าะมองได้ แต่ถ้า มองในแง่ดี เก้าะคือการ อยากให้คนที่ป่วยมาเข้ารับการรักษา ช่วยชีวิตคน มองว่าเค้าหาทางหาเงินบริจาคเก้าะมองได้ แต่ดิชั้นคิดว่ามันเก้าะเปนเรื่องดีนะ จะไปจับผิดอะไรกันทะไมเหรอไม่เข้าใจอ้ะ ทั้งๆที่คนให้ร้าย เก้าะไม่เห็นพิสูจน์อะไรออกมาให้เห็นเลย แต่ที่ดิชั้นขอยืนยันเลยว่าเป็นเรื่องจริงคือทางมูลนิธิไม่เก็บเงินค่ายาค่ะ___ยาทั้งหมด*ฟรี*ค่ะ คุณแค่เสียเวลาวันนึงเพื่อเดินทางไปรับยา,สวดมนต์,อบตัว,ทานยามะพร้าวแล้วรับยากลับมา ไม่จำเป็นต้องเชื่อดิชั้นก็ได้นะคะ ลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ที่เคยรับการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและได้ผล วันที่ตอบ 2010-12-26 22:41:59


ความเห็นที่ 12 (2062776)
ลองเข้าไปอ่านข้อมูลที่นี่ดูครับhttp://th-th.facebook.com/permalink.php?story_fbid=166978866658647&id=139201386127114 แล้วใช้สมองของท่านคิดเอาเอง
ผู้แสดงความคิดเห็น คนเคยไปมา วันที่ตอบ 2011-01-03 07:59:04


ความเห็นที่ 13 (2063205)
ไปรักษาร้อยคนหายเพียงไม่กี่คน....เป็นขั้นแรกทั้งนั้น..และบางคนก็ลามรักษาไม่ได้..เบื่อแล้วเจอมาเยอะ...ไม่สน...รางเนื้อชอบรางยา...ตีกลองเคาะกะลาประโคมข่าวหวังยอดบริจาก..เข้ากระเป๋าในที่ลับ...
ผู้แสดงความคิดเห็น ขายตรง วันที่ตอบ 2011-01-06 21:38:15


ความเห็นที่ 14 (2063211)
ของฟรีไม่มีในโลก..ของจริงต้องที่สิงห์บุรี..เสียเงินแล้วสบายใจ..ไม่ต้องให้ใครดูถูก...ตอนนี้ท่านดังเป็นพลุแตก...........ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอคนไหน....
ผู้แสดงความคิดเห็น ชาย เมืองสิงห์ วันที่ตอบ 2011-01-06 22:12:15


ความเห็นที่ 15 (2063385)

สรุปแล้วคนที่โพสตัวหนังสือตัวใหญ่ๆทำไมถึงมีหลายชื่อผู้แสดงความคิดเห็นมากจัง หรือว่าจะเป็นคนเดียวกันแต่ใส่หลายชื่อ  ถ้าคุณคิดว่ามูลนิธิหลอกลวงก็ไปฟ้องรายการข่าวใหญ่ๆเลย  แน่จริงกล้าไปไหมหรือดีแต่มาป่วนไปวันๆ  โง่จริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น หนึ่ง ไทรน้อย วันที่ตอบ 2011-01-08 11:49:30


ความเห็นที่ 16 (2063473)
ผู้เจริญแล้วย่อมมีสติ ในการที่จะพูดถึงใคร ว่าร้ายใคร คิดไตร่ตรองให้ดี การว่าร้ายผู้อื่น เป็นการกระทำที่เป็นกรรมไม่ดีสั้งสิ้น
ผู้แสดงความคิดเห็น Annataz (nonsongsang-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-09 13:37:34


ความเห็นที่ 17 (2063560)
ให้สังคมและคนป่วยเป็นผู้ตัดสิน มูลนิธิไทยกรุณา ดีกว่า......ว่าใครจริงใครปลอม...
ผู้แสดงความคิดเห็น แนะนำ วันที่ตอบ 2011-01-10 10:05:18


ความเห็นที่ 18 (2063585)

มูลนิธิไทยกรุณามีแต่ให้กับให้ ให้กำลังใจผู้ป่วยให้ยาสมุนไพร เมื่อผู้ป่วยมีกำลังใจสู้กับโรค โรคนั้นย่อมแพ้ภายไป ผมเป็นคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและมารักษาตัวที่นี้ครั้นแรกที่มาสัมผัสก็มีความรู้สึกว่าผมต้องหายจากโรค ผมได้ฟังเทศจากหลวงพ่อนิพนธ์ทำไห้มีกำลังมากท่านพูดในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ผมกินยาหมอมาเป็นปีก็ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดดีขึ้น แต่พอมากินสมุนไพรได้2อาทิตย์รู้สึกร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผมจึงอยากให้คนป่วยลองมาสัมผัสดูเหมือนอย่างผม ทุกอย่างที่นี้รักษาฟรีหมด อย่าไปดูกระทู้ที่จะทำลายมูลนิธิไทยกรุณาเลย มูลนิธิมีแต่ให้ ถ้ามาสัมผัสดูแล้วจะรู้ว่าหาย จากโรคเป็นอย่างไร ถ้ากรรมเราน้อยก็หายเร็วหน่อย ถ้ากรรมเรามากก็จะหายช้าหน่อย ผมขอขอบคุณแม่ชีเมี้ยนหลวงพ่อนิพนธ์ที่ให้สิ่งที่มีค่าที่สุดแก่ผม ผมขอสัญญาว่าถ้าผมหายขาดจากโรคเบาหวาน ผมจะเป็นคนดีของครอบครับและของประเทศชาติ

ผู้แสดงความคิดเห็น คน นนทบุรี วันที่ตอบ 2011-01-10 14:42:16


ความเห็นที่ 19 (2064473)

อยากทราบว่าคนทีป่วยเป็นไทรอยล์แบบมีพิษกินยาสมุนไพรแล้วจะหายหรือไม่

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแถวราชพฤกษ์ วันที่ตอบ 2011-01-15 22:15:54


ความเห็นที่ 20 (2064562)

ยาสมุนไพรของทางมูลนิธิฯ เป็นยาที่ใช้เพื่อปรับความสมดุลของระบบธาตุทั้งสี่ภายในร่างกาย (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ซึ่งเป็นการรักษาด้วยแนวทางธรรมชาติบำบัดโดยใช้หลักการแบบตนพึ่งตนค่ะ การที่จะรักษาแล้วหาย หรือไม่หายนั้น ประกอบด้วยปัจจัยหลักๆหลายประการ เช่น

1. ต้องถามตัวเองก่อนว่า โรคที่ท่านเป็นนั้น มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นโรคพื้นๆ การที่ยาสมุนไพรเข้าไปทำการเยียวยาบำบัดก็ง่าย และอาจใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าเป็นโรคร้ายแรง และเป็นหลายโรค ก็อาจต้องใช้เวลามากขึ้นมันก็เปรียบเหมือนการค่อยๆซ่อมแซมบ้านนั่นแหละค่ะ ถ้าบ้านหลังใหญ่ เสียหายมากมันก็ฝช้ทั้งเวลาและทรัพยากรอื่นๆมากตามไปด้วย

2. ท่านป่วยเป็นโรคเหล่านี้มานานมากน้อยแค่ไหนแล้ว บางคนป่วยเป็นโรคร้ายแรงมานานเป็นสิบๆปี อาทิ เบาหวาน ความดัน ซึ่งหมอจากโรงพยาบาลก็ไม่เคยบอกได้ว่าท่านจะหายจากโรคเหล่านี้ แต่พอมารับสมุนไพรที่มูลนิธิฯ กลับคิดว่าตัวเองจะหายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่กี่สัปดาห์ผ่านไป พอท่านยังไม่เกิดผลใดๆ ก็ป่าวประกาศว่าสมุนไพรไม่ได้ผล นอกจากจะเป็นการตัดโอกาสตนเองแล้ว ยังเป็นการตัดโอกาสผู้อื่นด้วย

3. ความสม่ำเสมอในการรักษา และศรัทธา เคยได้ยินคำว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวบ้างมั้ยคะ หากเราปฏิบัติตามวิธีการเก็บรักษา และเข้ารับสมุนไพร (โดยไม่มีค่าใช้จ่าย) อย่างสม่ำเสมอแล้ว อีกสิ่งหนึ่งซึ่งช่วยได้ก็คือ ศรัทธา เมื่อคนไข้มีความหวัง มีศรัทธา  ก็มีกำลังแรงใจที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ต่อไปค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกๆท่านนะคะ อย่าเพิ่งตัดสินอะไร จนกว่าท่านจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หยดน้ำ วันที่ตอบ 2011-01-17 13:27:03


ความเห็นที่ 21 (2064564)
เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆสู้น้ำมันรำข้าวก็ไม่ได้...ของจริง...ที่ไม่ลวงโลก...เท่านั้น..
ผู้แสดงความคิดเห็น ขายตรง วันที่ตอบ 2011-01-17 13:55:28


ความเห็นที่ 22 (2065316)

รู้ไม่จริงกรุณาอย่าลบหลู่ 

ผู้แสดงความคิดเห็น มอ่ง วันที่ตอบ 2011-01-26 08:07:51


ความเห็นที่ 23 (2065318)
ขอบอกไว้ว่าเรื่องจริง...ข้างบ้านพึ่งตายไปหลังไปรักษาที่ไทยกรุณา..กับมาได้3วันตายเลย.....อย่าไปเชื่อแห่รักษาแต่ตายไปหลายศพแล้วเพียงไม่ได้นำมาลงเอง..ปิดเงียบ....ไปตายมากกว่า...ไม่ใช่ไปรักษา..(ไม่มีโจรที่ไหนบอกว่าตัวเองเป็นโจรหรอก)
ผู้แสดงความคิดเห็น รีบบอก วันที่ตอบ 2011-01-26 09:39:14


ความเห็นที่ 24 (2065464)

ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่องโรคมะเร็ง ในฐานะที่มีประสพการณ์ในเรื่องนี้พอสมควร เนื่องจากมีน้องสาวเป็นโรคมะเร็งลำใส้ใหญ่ และกระจายเข้าตับ ,ต่อมนำเหลื่อง ผ่านการรักษาทั้งการรักษาด้วยแผนไทย-แผนจีน(สมุมไพร)หรีอแผนปัจจุบัน ผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงพอๆกัน ผู้ป่วย และญาติต้องมีความเข้าใจในโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยจะได้มีการเตรียมตัวเตรียมใจในการรักษา มะเร็ง(เชื้อไวรัส)มีหลายสายพันธ์มีทั้งพันธ์ดุ และพันธ์ไม่ดุ สังเกตุดูซิครับบางคนเป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ผ่าตัดแล้วอยู่ใด้อีก 4-5 ปี ยังอยู่ได้ บางคนเป็นมะเร็งเต้านมพอรู้ว่าเป็น อยู่ได้แค่ 6 เดือน กลับบ้านเก่า ดังนั้นไม่มีการรักษาแบบใหนได้ผล 100 % หลอกครับเอาแค่ 60% ก็เก่งแล้ว เพราะมันมีปัจจัยอย่างอื่นๆเช่น ถ้าเราเป็นมะเร็งที่ ตับ ปอด ไฃ ไต สมอง ถ้าเราสูญเสียอวัยวะเหล่านี้ไปเกิน 50 % ร่างกายก็อยากจะดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ และถ้าการรักษาไม่สามารถฆ่าเชื้อร้าย(ไวรัส)ดังกล่าวได้เชื้อก็จะแพ่กระจายไปส่วนอื่นๆต่อไปดังนั้นการรักษาจึงไม่มีใคร มาการันตีได้ว่า คนนี้จะหายหรือไม่หาย ผู้ป่วย และญาติ จะต้องมีข้อมูลผู้ป่วย(ถามหมอโรงบาล)ให้มากเท่าที่หมอบอกได้เราจะได้นำมาเปลี่ยบเทียบเวลาไปรักษาที่อืนหรือที่เดิม เช่น ค่าเลือดมะเร็งลำใส้ใหญ่ เรียก CEA ค่าเลือดมาตรฐานจะไม่เกิน 4.6 ถ้าผู้ป่วยมีค่าเลือดสุงกว่า 4.6 ก็หมายความว่าเรายังหยุดยังเชิ้อมะเร็งไม่ได้ การรักษาจะทางใหนก็ได้ที่เราคิดว่าดีที่สุด แต่ถ้ารักษาแล้วสักระยะหนึงร่างกายผู้ป่วยจะบอกเราได้ว่าดีหรือไม่ดีถ้ารักษาโรงบาลก็ตรวจจากค่าเลือด หรือ MRI . หมอจะบอกคุณได้ทันทีว่าผลการรักษาบวกหรือลบ แต่การรักษาในโรงบาลก็มักจะให้เคมีบำบัด(สารเคมี)ผู้ป่วยมักแพ้สารเคมีจนกินอาหารไม่ได้ร่างกายยำแย่ แต่ถ้าใครทนได้ก็มีโอกาสหายได้เหมือนกัน ปัจจับันน้องสาวผมได้ผ่านวิกฤตดังที่กล่าวมาแล้วเคยผ่านการรักษาที้งแผนไทย แผนจีน และแผนปัจจุบัน เธอโชคดีที่ปัจจุบันสามารถคุมค่าเลือดมะเร็งได้ไม่เกินมาตรฐานสุขภาพแข็งแรงทานอาหารได้ปกติ ทำงานประจำได้ซึ่งในตอนแรกเธอคิดจะลาออกมารักษาตัว ตอนนี้ไม่คิดแล้ว และครอบครัวของเธอก็มความสุขหมดทุกข์เสียที 3 ปีที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยได้เข้าเวปนี้บ่อยๆเผอิญมาอ่านกะทู้ก็อยากจะออกความเห็นให้ทุกคนสบายใจหรือใครมีปัญหาเรื่องดังกล่าวจะแรกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ยินติดต่อ PEA. T. 085-9361734

 

ผู้แสดงความคิดเห็น sakchai_PEA@Hotmail.com (sakchai_PEA-at-Hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-27 14:57:18


ความเห็นที่ 25 (2065518)

 คุณทองสุก....... ทุกๆครั้งที่พาคนป่วยไปที่ มูลนิธิ

...........พบกริยามารยาท ของเจ้าหน้าที่ที่ใส่เสื้อสีน้ำตาล มีโลโก้ของมูลนิธิ ที่ไม่มีมารยาทของการบริการที่ดีเอาซะเลย ไม่ทราบว่ามีการอบรม กริยามารยาทบ้างหรือไม่ ซึ่งคนป่วยที่มานั้น บางคนมาจากต่างจังหวัด บางคนมาจากต่างอำเภอ ในเมืองกาญฯ เพื่อมาพึ่ง สมุนไพร จากท่านอาจารย์ ที่เยียวยารักษาโรคภัยโดยไม่คิดค่ายาใท้งสิ้น แต่สิ่งที่ทุกๆคนเอือมระอา คือการต้อนรับ การบริการ การพูดจา ต่อผูป่วยที่มาพึ่งพิง ท่านอาจารย์นั้น ไม่มีมารยาทเอาซะเลย บางคนก็พูดจาไปเรื่อยเปื่อย     บางคนก็ดุด่าผู้ป่วย ขอถามว่าเจ้าหน้าที่ที่อาสา จะมาช่วยนั้นขอให้มีมารยาทที่ดีกว่านี้ บางคนก็ว่าไม่เข้าใจหรือไงที่เรียกนั้นนะ ผมฟังบางครั้งบอกว่า สีเหลือง แต่ไม่บอกว่าต้องมีสติ้กเกอร์หรือไม่มี ไม่ทราบจริงๆ พอคนไม่มีสติ้กเกอร์ไปยืนกับด่าว่าพูดแล้วไม่ฟัง บางครั้งบอกว่าไม่ได้เรียกสีเหลืองนะป้า แต่ปากตะโกนว่า หมายเลข 1 ถึง 100 ผมถามว่าคนตะโกนนะ จบการศึกษาระดับไหนละ ถึงการสื่อสารดับเบิ้ลแย่ที่สุดเลยนะ น่าจะคัดเลือบุคคลากร ที่ดีมีมารยาท ที่จะช่วยเหลือคนยากคนจน ที่มาพึ่งพิงนะ ไม่ใช่มาดุด่า อย่างไม่รู้อะไรเลย บางคนก็แก่ รุ่นพ่อและแม่ ของเจ้าหน้าที่อาสาซะด้วยซ้ำไป เจ้าหน้าที่ด่าทอผู้ป่วยเหมือน นั่งด่าทอพ่อแม่ของตนเองนะนี้

............. การจัดแถวควรปรับปรุง มีสัญญลักษณ์ รถเข็น ชิดด้านซ้ายมือ ทาลงบนพื้นทางเดินด้านขวามือ ทาสัญญลักษณ์คนเดิน จะดูมีระบบมากยิ่งขึ้น แล้วด้านในก็จัดในช่วงที่จะ หยอดตา  นับเสาดูนะครับ ช่วง 2 เสาแรกเมื่อเข้าทางประตูด้านหน้า จะเป็นจุดหยอดตา ถัดไปชิดหน้าต่างด้านข้างโรงอาหารนั้นควรเป็นจุดกินน้ำมะพร้าว โดยทำการแยกเป็นสีๆๆไป แล้วเมื่อกินน้ำมะพร้าวเสร็จ มาจุดที่สอง หยอดตา เมื่อหยอดตาเรียบร้อยแล้ว รับสมุนไพรกลับบ้าน ครั้งเดียวไม่ต้องมาเดินเข้า เดินออก ตามที่เจ้าหน้าที่ตะโกนปาวๆๆๆ ไร้ระบบสิ้นดี

................. การทำทานต้องไม่ด่ากล่าวผู้ป่วย จะได้เป็นบุญอย่างยิ่ง ที่ทำมานี้ดูเหมือนทำแบบสุกเอา เผากิน ไปครั้งคราวๆไป ผมไปมาเกือบ 6 ครั้ง สมุนไพรที่ได้รับ ก็ ยาเขียว ยาปอด ยาเบาหวาน พริกไทยดำ กินจนหายใจแสบจมูกไปแล้วนะ ไม่เห็นมีตัวยาที่รักษาโรค เลยนะครับ ในช่วง 5 ครั้งแรก มองๆดูเหมือนให้ยากินแบบ ต้องไปทุกๆครั้ง ถึงจะได้รับสมุนไพร เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลุงหัวล้าน วันที่ตอบ 2011-01-28 00:11:32


ความเห็นที่ 26 (2065550)
คุณที่ลงความเห็นที่ 23 ยาที่มูลนิธิไทยกรุณามีดีจริง นอกจากจะต้องศรัทธาในสรรพคุณของยา ต่อครูบาอาจารย์เจ้าของยา ผู้ปรุงยาให้คนป่วยได้ทานกันแล้ว ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าอาการป่วยรุนแรงถึงขั้นไหนแล้ว ที่คุณว่าข้างบ้านกินได้ 3 วัน ตายนั้น ก็หมายความว่า เขาป่วยถึงขั้นรุนแรงมากเกินเยียวยาแล้ว คงไม่มียาเทวดาที่ไหนรักษาได้หรอกคุณ กรุณาใช้สติปัญญาคิดนิดนึงนะคุณ ถ้าเกิดข้างบ้านคุณป่วยมากถึงขั้นรุนแรงเกินเยียวยาแล้ว กินยาที่มูลนิธิหาย คงไม่มีคนตายสักคน คนคงล้นโลกนี้แน่ ๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ป่วยคนนึง วันที่ตอบ 2011-01-28 13:43:11


ความเห็นที่ 27 (2065643)
และแล้วธาตุแท้ของมันก็ปรากฎออกมาเอง...จริงไหม..ทุกท่านเข้ามาอ่านแล้วเป็นยังไงบ้าง...แล้วทำเป็นลงว่าโรคร้ายรักษาได้อย่าสิ้นหวัง.ที่มูลนิธิไทยกรุณา...แต่พอวันนี้มากับกลายเป็นว่ารักษาไม่ได้..และเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนช่วยลงว่าการบริการของมูลนิธิห่วยแตก...ก็บอกแล้วไปขอทานเขากิน..แล้วเป็นยังไง..โดนเขาดูถูก..เหยียบหยาม...เหมือนกับสุนัขตัวหนึ่ง..การให้ข่าวด้านเดียวก็เป็นแบบนี้หละ...ว่ามูลนิธิดีอย่าโน้นดีอย่างนี้..ราคาคุยมากกว่า...หวังเอาเงินบริจากเข้ากระเป๋าในที่ลับ..เหมือนกับข้อความข้างบน...
ผู้แสดงความคิดเห็น ทนไม่ได้ วันที่ตอบ 2011-01-29 19:29:03


ความเห็นที่ 28 (2065658)
ขอแสดงความเห็นด้วยคนน่ะ ในฐานะที่เราก็ใช้บริการของมูลนิธิเหมือนกัน ก็อยากจะแสดงความเห็นบ้าง จริงน่ะ มีคนตาย เราเห็นมาหลายรายเป็นร้อยแล้วก็ว่าได้ เราคิดว่ามูลนิธิก็คงไม่ปฏิเสธ แต่จะกล่าวว่าการทานสมุนไพรให้ผลร้ายจนเสียชีวิตก็ดูจะสรุปเร็วเกินไป เราสังเกตุดูแค่สองประเด็นให้ท่านพิจารณา ประเด็นแรก คนไข้กว่าครึ่งที่มาที่นี่ล้วนแล้วแต่ หมอไม่รับ เรียกง่ายๆว่าอาการสาหัส ไม่ก็พึ่งหมอปัจจุบันมานานก็มีแต่อาการเพิ่มมากขึ้นจนรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว จึงหันมาใช้วิธีนี้ ประการที่สอง สมุนไพรที่คนตายทานกับสมุนไพรที่คนนับพันรวมทั้งตัวเรารับไป ล้วนแล้วมาจากหม้อเดียวกัน ถ้าผลของการทานแล้วทำให้อาการแย่ลงจนอาจเสียชีวิต คงไม่มีคนไข้รายใดมีอาการดีขึ้นจนหายได้อย่างแน่นอน รวมทั้งการดีขึ้นของลูกเราด้วย ดังนั้นปัจจัยจากผลของสมุนไพร ที่ให้ผลร้ายแก่คนไข้ เป็นอย่างไรลองไตร่ตรองดู และทางที่ดี พิสูจน์และหาหลักฐานด้วยตัวเอง จะดีกว่า เรื่องเงินบริจาค เราก็เห็นเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างจากมูลนิธิอื่นๆ ที่เราเห็นก็คือ มูลนิธิไทยกรุณาของหลวงพ่อนิพนธ์ เน้นในเรื่องของการพึ่งตนเอง ดังนั้น จึงไม่มีการรับบริจาคเงินจากบุคคลหรือบริษัท หรือกิจการใดๆ จากภายนอกทั้งสิ้น การบริจาคที่เราเห็นในอดีตที่ผ่านมา หลักๆก็คือ งานรำลึกคุณของแม่ชีเมี้ยนในเดือนมีนาคม เพียงวันเดียวเท่านั้น ส่วนอื่นก็จะเป็นการซื้อสมุนไพร โดยจะมีการแสดงยอดเงินที่ได้รับและรายจ่ายแปะไว้ที่บอร์ดให้อ่าน และจะไม่มีการรับบริจาคเพิ่มจนกว่าเงินที่ได้จากการบริจาคในครั้งก่อนจะหมด โดยกรรมการจะแจ้งให้ทราบ แต่ในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแนวแล้ว คือ ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค จะให้มูลนิธิไทยกรุณา โดยคณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนค่าใช้จ่ายด้านสมุนไพร หลวงพ่อนิพนธ์จะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยการขายของ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว น้ำดื่ม หรือแม้กระทั่งการทำขนมในเทศกาลต่างๆ แล้วนำรายได้จากส่วนนี้มาจัดสรรสมุนไพร โดยการรับสมุนไพรจะไม่มีค่าใช้จ่าย และจะไม่เห็นตู้รับบริจาคในบริเวณมูลนิธิเลย และกระทู้ที่กล่าวถึงเจ้าหน้าที่ เราก็เห็นเช่นเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างที่ท่านสมาชิกบางท่านได้แสดงความเห็น เพราะคงจะสะดวกแก่สมาชิกมากยิ่งขึ้น แต่ในมุมกลับกันเรามอง และทราบมา เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานในมูลนิธิ ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าหน้าที่อาสามาทำทั้งสิ้น ไม่มีการจัดจ้างเพราะยังไม่มีเงินจ้าง หลวงพ่อมักจะแจ้งเสมอถ้าทำได้ ก็อยากให้ดีกว่าโรงพยาบาลเอกชนอีก แต่ยังทำไม่ได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่เราๆเห็นก็เป็นอาสาที่มาช่วยตามอัธยาศัย การจะกะเกณฑ์เรื่องใดหรืออบรมยังทำไม่ได้ตอนนี้ เพราะเท่าที่เราเห็น เจ้าหน้าที่ประจำจริงๆของหลวงพ่อมีไม่เกินยี่สิบคน เราจึงเห็นเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนึ่งเสร็จก็ต้องไปทำงานอย่างอื่นต่อ ดังนั้นการทานยามะพร้าว และหยอดตาพร้อมกัน จึงทำไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่หลักไม่พอ ซึ่งก็คือคนกลุ่มเดียวกันนั่นเอง การจะถือเอาคนเสื้อที่มีตรามูลนิธินั้นเป็นเกณฑ์ย่อมไม่ได้ เพราะใครที่อาสามาช่วยเขาก็แจกเสื้อทั้งนั้น ดังนั้นสิ่งที่เราเรียนรู้มาก็คือ เราต้องเรียนรู้ระบบและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะถ้าพวกเราสังเกต จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่เปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ บางวันอาจมีเยอะบางวันก็มีแค่คนสองคน อันนี้เราจึงคิดว่าน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้ทำอย่างเราต้องการไม่ได้ ยิ่งหน้าเทศกาล เรามักจะได้ยินเสมอว่า สมุนไพรไม่ครบคน เพราะคนทำงานไม่พอกับงานนั่นเอง สิ่งที่เราคิดเห็นคือ ถ้าเราเห็นว่าสิ่งใดดี น่าจะมีหรือน่าจะทำ ถ้าเราทำได้ ไม่ต้องรอมูลนิธิเขามาทำหลอก เราก็เสนอตัวทำเอง น่าจะดี เพราะเรานับดู เฉพาะกรอกยาเขียว ยาไพร ยาดำ ยาหม้อ ให้พวกเราคนละชุด ครั้งละสองสามพันชุด คิดดูง่ายๆชุดละหนึ่งนาที ก็ใช้เวลาประมาณ ห้าสิบชั่วโมงทำงานแล้ว ถ้าจะให้รู้ดีก็ลองไปทำดูสักพัก จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร เพราะอะไร คงจะเข้าใจมากขึ้น สิ่งที่เรารู้อย่างหนึ่งก็คือ อย่างน้อยสถานที่นี้ก็มีคนป่วยที่ประสพความสำเร็จ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ถ้าสถานที่นี้ยังอยู่ ก็ยังเป็นทางเลือกของคนที่ไม่มีทางอื่น หรืออยากลองไปลองได้ โดยไม่ต้องเสียค่ารักษา มันเป็นแค่ทางเลือก ถ้าเราไม่ชอบก็ปล่อยวาง แต่ถ้าเรามีหลักฐานว่าสิ่งนี้เป็นการหลอกลวงพิสูจน์ได้ การนำมาเปิดเผยก็ย่อมเป็นคุณอย่างยิ่ง ที่จะมิให้คนหลงผิดไป หากแต่การกล่าวหาเพียงเพื่ออะไรก็ตาม เราคิดว่าอย่าทำเลย กรรมมีจริงน่ะ คนทำดีย่อมได้ดี คนทำชั่วย่อมได้ชั่ว ทำอย่างไรได้อย่างนั้น ฟ้ามีตา สิ่งที่เราและสมาชิกอื่นๆก็คงได้ยินได้ฟังจากหลวงพ่อนิพนธ์เสมอ คือ การปรับเปลี่ยนตัวเองไปในแนวทางคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ เปลี่ยนตนให้เป็นคนดี เราก็คิดว่า เจ้าหน้าที่ก็คือคนไข้ที่มาช่วยงาน กำลังจะดำิเนินตามรอยคำสอนนี้ เพียงแต่เขาก็ยังเป็นมนุษย์ที่มีกิเลส อารมณ์ ถึงจะมีเจตนาดี แต่นิสัยส่วนตัวก็ยังจะเป็นอุปสรรคอยู่ อย่างไรก็ตามเขาก็กำลังเปลี่ยนอยู่ เริ่มจากเอากายมาช่วย เราในฐานะสมาชิก ถ้าเรียนรู้และเข้าใจก็น่าจะให้อภัยและให้ความร่วมมือได้ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ก็เพื่อให้คนทุกคนยังคงมีโอกาสในการหายโรค ไม่ดับสูญไปเกือบยี่สิบปี ดังเช่นในยุคสิ้นแม่ชีเมี้ยน จนถึงปี ๓๐ ที่หลวงพ่อท่านได้กลับมาเปิดให้การรักษาใหม่ อย่างสุดท้ายที่อยากจะแสดงความเห็นก็คือ สมุนไพร และแนวทางนี้ เป็นของแม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ ผู้ก่อตั้งถ้ำกระบอก หลวงพ่อนิพนธ์ ก็คือ สามเณรนิพนธ์ ที่รักษายาเสพติด และโรค มาตั้งแต่ยุคถ้ำกระบอก สมุนไพรชุดนี้ผ่านการตรวจจากอเมริกา จนให้การสนับสนุนถ้ำกระบอกมาแล้วในอดีต มีประวัติยาวนาน ผ่านมาตรา ๑๗ ในยุคจอมพลสฤษด์ และได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกรมการแพทย์แผนไทย อีกทั้งถ้าเราสืบประวัติข้อมูล เฉพาะยุคถ้ำกระบอก จากกรมศาสนา ก็จะทราบว่า มีผู้ประสบผลหลายแสนราย เราจึงว่าน่าจะวางใจได้ว่า ปลอดภัย แต่ท่านก็มักย้ำเสมอว่า ผู้ที่ประสพผลน้อยนัก ถ้าเทียบกันแล้ว ก็ไม่น่าเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราจึงไม่แปลกใจ ที่เห็นคนไม่ประสพผลมากมาย รวมทั้งคนตายเป็นร้อยนับตั้งแต่เราเข้ามา เพราะมันทำยาก แต่ถ้าทำได้ตามแนวทางของแม่ชีเมี้ยน ท่านก็บอกว่าประสพผลอย่างแน่นอน ท่านทั้งหลายก็พิจารณาดู เห็นควรก็รับฟัง ไม่เห็นควรก็วางเฉย เพราะถ้าจะทำลายกันแล้ว หากบังเอิญสายนี้เป็นสายบุญให้คนได้มาพึ่ง แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นในการทำลายคนดี คนที่กล่าวว่าที่นี่รักษาได้ ก็อาจจะกล่าวเกินเลยไป คิดว่าน่าจะเป็นด้วยความหวังดี อันที่จริงน่าจะกล่าวว่า ที่นี่ มีสมุนไพร และมีวิธีปฏิบัติ ที่มีโอกาสทำให้การหายโรคเป็นไปได้ น่าจะถูกต้องกว่า
ผู้แสดงความคิดเห็น LORD วันที่ตอบ 2011-01-29 23:50:27


ความเห็นที่ 29 (2065711)
เราก็เป็นมะเร็งเต้านม..... คิดว่ามันอยู่ที่ความเชื่อ และความศรัธธา  ของเค้าต้องดีจริง ถ้าไม่ดีคงไม่โด่งดังไปทั่วประเทศอย่างนี้หรอก
ผู้แสดงความคิดเห็น รดา วันที่ตอบ 2011-01-30 18:01:06


ความเห็นที่ 30 (2065763)

ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในการรักษาโดยใช้ยาสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรของไทยเองหรือของต่างประเทศ แต่การรักษาบางคนหายบางคนไม่หายนั้น ผมว่าขึ้นอยู่กับคนที่รักษาและรับรักษาด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็แล้วแต่ หากคนที่ไม่สบายอยู่ในขั้นที่รุนแรงมากและเผอิญเจอหมอหรือคนที่รักษาไม่เก่ง ก็มีสิทธิไม่หายป่วยเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแผนปัจจุบันตามโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงดัง ๆ หรือจะเป็นการรักษาสมุนไพรก็เถอะ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบใดก็ตาม นอกจากการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำของแพทย์แล้ว กำลังใจของคนไข้นั่นแหละ สำคัญที่สุดครับ

ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่ผมได้เจอมากับตัวเอง คือ คุณพ่อและคุณแม่ของผมเอง ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ต่างก็เป็นมะเร็งด้วยกันทั้งคู่ (คุณแม่เป็นที่ลำไส้แล้วไปเป็นที่ตับ ส่วนคุณพ่อเป็นที่กล่องเสียง) กำลังใจของคุณแม่นั้นดีมาก ท่านได้รักษามะเร็งจนหาย และมีชีวิตอยู่ต่ออีกถึง 3 ปี ถึงเสียชีวิตด้วยโรคชรา ส่วนคุณพ่อของผมนั้นรักษาด้วยวิธีเดียวกัน แต่เนื่องจากท่านมีปัญหามารุมเร้าต่าง ๆ นา ๆ รักษาได้เพียงแค่ประมาณ 2 เดือนก็เสียชีวิตด้วยมะเร็ง (ผมไม่ขอบอกนะครับว่ารักษาที่ใหนและวิธีใด)

ดังนั้นผมจึงมีความเห็นว่า ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่จะทำให้โรคภัยต่าง ๆ หายได้นั้นขึ้นอยู่กับกำลังใจของคนไข้เป็นอันดับแรก และการรักษากับแพทย์ที่เก่งและมีประสบการณ์เป็นอันดับที่ 2 แต่ความสำคัญก็ใกล้เคียงกันทั้ง 2 อย่างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น โก้ (guangchew-at-moso-dot-in-dot-th)วันที่ตอบ 2011-01-31 13:40:24


ความเห็นที่ 31 (2065765)
ความรู้อย่างหนึ่งที่เราได้จากคำสอนของหลวงพ่อนิพนธ์ คือ ในโลกนี้ไม่มียารักษาโรค ดังนั้น ที่นั่นจึงไม่มียารักษาโรค มีแต่สมุนไพร ที่จะให้ทานเพื่อเป็นวัตถุดิบ ที่จะช่วยให้ร่างกาย สามารถฟื้นฟูความสามารถของ ตัวเองให้กลับมาทำงานอีกครั้ง ถ้าท่านจะไปหายารักษาโรคที่นั่น คงผิดหวัง เพราะผู้ที่รักษาตัวท่านได้ ก็คือตัวท่านนั่นเอง เท่านั้น นั่นคือความหมายของหลัก ตนพึ่งตน และก็ที่ไหนมียาดี รักษาโรคได้ เราก็ขอให้ท่านไปที่นั่นตามใจปรารถนา สิ่งที่เห็นเป็นประจักษ์ หมอรักษาโรค ล้วนแล้วตายด้วยโรค ที่ยากเข้าไปอีกก็คือ ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค ท่านสอนว่ามาจากนิสัย ดังนั้น ปัจจัยของความสำเร็จ ก็คือต้องเปลี่ยนนิสัย ให้กลับมาเป็นคนดี บนพื้นฐานคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ตรัสว่า ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว ดังนั้น เราจึงไม่แปลกใจ ที่ท่านว่า คนชอบหลักการของแม่ชีเมี้ยน คงมีไม่มาก แต่คนที่จะประสพความสำเร็จ ในการหายโรค ยิ่งมีน้อยกว่าน้อย อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะคนเขาชอบให้ผู้อื่่นรักษาให้ ไม่ยอมรักษาด้วยตนเอง เพราะมันต้องฝืนนิสัยนั่นเอง เราไปที่นั่นก็นานพอสมควร ภาพที่เราเห็น คนอยากหาย คนอยากรับยาไว คนบ่นเจ้าหน้าที่ คนไม่ประสพผล มีให้เราเห็นมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้ คนที่ประสพผล จะมีพฤติกรรมที่คล้ายๆกันอย่างหนึ่งที่เราเห็นเด่นชัด คือ นิสัยที่จะให้สุขแก่ผู้อื่น จึงสละแรงกายมาช่วยกิจกรรม โดยไม่มีการจัดจ้างแม้แต่คนเดียว กิจกรรมที่นั่นจึงโตขึ้นได้ และที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่ง คือมีคนไข้มากมาย ที่มักจะบ่น ถึงกระบวนการในการดำเนินกิจกรรม เช่น สวดมนต์ทำไม ทำอย่างนี้ทำไม่ ทำไมไม่รีบๆแจกยา ทำไม และ ทำไม สงสัยจะ.... ซึ่งเราแปลกใจและฉงน ในใจว่า ใครเป็นคนช่วยกันแน่ ในขณะที่คนทั่วไป ไปหาหมอ ไม่ว่าหมอสมัยใหม่ คลีนิค ทรงเจ้า หมอผี เราก็ไม่เคยได้ยินคนบ่นสิ่งใดเลย ในการกำหนด พิธีการ หรือ การกระทำที่คนไข้ต้องทำ แม้คนไข้จะตายไปสักเท่าใด แม้จะต้องเสียเงินสักเท่าใด และไม่เคยมีแม้แต่การรับรองผลการรักษาว่าจะหายหรือไม่ แลก็ไม่มีผู้ใดมาติฉินนินทา ว่าหลอกให้เสียเงินและเสียชีวิต ไปรายแล้วรายเล่า ถ้าจะปฏิเสธ ก็ดูตัวเลขสถิติผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและตายในแต่ละปี ขณะที่สิ่งที่มูลนิธิไทยกรุณาทำ อย่างน้อยก็ยังมีคนรอดหรือหายให้เห็น การจะตำหนิก็ไม่แปลก แต่น่าจะทบทวนว่า ทำไมคนอื่นเขาประสพผลได้ ขณะที่เราไม่ ทำไมขณะที่คนอื่นเขากำลังช่วยกันกอบกู้ชีวิตคนอื่นอยู่ เหนื่อยทั้งวัน แต่เรากลับยืนบ่นโดยไม่ได้ช่วยอะไรเลย เราบ่นคนที่ช่วยเราอยู่ โดยเราวางเฉย ไม่ช่วยใครเลย เราในฐานะสมาชิกของขมรมไทยกรุณาคนหนึ่ง จึงอยากให้ท่านๆ ไตร่ตรองว่า แผ่นดินไหน ที่ใด ในประเทศไทย บุคคลหรือกลุ่มคนไหน หรือหมอใด ที่จะกล้าทำอย่างที่เขาทำ และมีผลงานอย่างที่หลวงพ่อนิพนธ์ทำได้ ช่วยบอกที เป็นวิทยาทานแก่ผู้คนที่เจ็บป่วย อย่างน้อย เราก็เป็นคนหนึ่งที่บอกว่า หมอช่วยลูกเราไม่ได้ แต่ที่นี่เขาทำได้ เราจึงอยากให้คิดอีกทีว่า คนชั่วมีเต็มแผ่นดิน ที่เราท่านน่าจะไปต่อต้าน อย่าเพียงเพื่อประโยชน์หรืออะไรก็ตาม ทำลายสิ่งดีงามในแผ่นดิน อย่างน้อยประจักษ์พยานในยุคก่อน เรื่องการรักษาผู้ป่วยยาเสพติด ในอดีต ก็ประจักษ์ชัด ไม่เลือนลอย แค่ผลงานในอดีตก็ล้นเหลือ ท่านยังกลับมาทำอีก เหลือไว้ให้ลูกหลานที่อยากเลิก ได้มาเลิกและกลับตัวเป็นคนดีของสังคมสักที่ ดีกว่าไหม ถ้าสงสัย หรืออยากค้นประวัติหลวงพ่อนิพนธ์ เราแนะนำสถานที่ให้ ๑.สถานทูตอเมริกัน ๒.สถานทูตมาเลเซีย ๓.สถานทูตสิงค์โปร์ ๔.สถานทูตฟิลิปปินส์ สถานทูตเหล่านี้ มีข้อมูลของท่านอย่างแน่นอน เรากล้ายืนยัน โดยเฉพาะข้อมูลใน่ช่วงปี ๒๕๐๒ ถึง ๒๕๑๐ เพราะประเทศเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ได้นำตัวยาสมุนไพรของท่านไปตรวจสอบ และเชิญให้ท่านไปเปิดศูนย์ในประเทศนั้นๆมาแล้ว เหลือสิ่งดีๆของแผ่นดิน ให้คงอยู่ อย่าทำลายจนหมดเหมือนทรัพยากรอื่นเลย วันหน้าจะยังได้มองหน้าลูกหลานได้บ้าง ก็ถ้าไม่ส่งเสริม ก็วางเฉยเถอะ
ผู้แสดงความคิดเห็น Lord วันที่ตอบ 2011-01-31 14:03:06


ความเห็นที่ 32 (2065851)
คุณ อา ไปรักษาที่มูลนิธิ อยู่ดีๆกับมาก็มีอาการแพ้ยาสมุนไพรแล้วสิ้นลมเลย.ไม่ทราบว่ามูลนิธิจะรับผิดชอบยังไง...เพื่อนของคุณ อาหลายคนและคนในบ้านกำลังปรึกษากันว่าจะร้องเรียนต่อ สภาทนายความ อยู่....คุณ อาเป็นคนที่แข้งแรงมาก.แต่จู่ก็ไปรับยาของมูลนิธิมาทานแล้วก็จากไปเลย....
ผู้แสดงความคิดเห็น นงค์ วันที่ตอบ 2011-02-01 17:00:26


ความเห็นที่ 33 (2065871)
บทสรุปที่ว่า แพ้ยาสมุนไพร ใครเป็นผู้บอก หมอหรือปล่าว ธรรมดาการแพ้ย่อมเป็นจากสารชนิดใดชนิดหนึ่ง ประเด็นที่คุณกล่าวคือ ท่านแพ้ยาสมุนไพร และท่านคิดว่า เนื่องจากการทานยาสมุนไพรที่มูลนิธิไทยกรุณา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คุณก็ขอหลักฐานทางการแพทย์ เพราะต้องมีแพทย์ชัณสูตร เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการตายตามกฎหมาย หลังจากนั้น ท่านสามารถเอาใบชัณสูตรนั้น ไปให้ทนายดำเนินการได้ เราคิดว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง หลวงพ่อนิพนธ์ ท่านยอมที่จะปิดสำนักแน่นอน เพราะเจตนาของการเปิดสำนัก ก็เพื่อช่วยคน ถ้าสมุนไพรของท่านทำให้คนตายจริง ก็ไม่เหตุอันใดที่จะดำรงกิจกรรมนี้อยู่ ประเด็นของผมก็คือ อาของคุณเป็นคนแข็งแรงมาก ไปรับสมุนไพรเพื่ออะไร สมุนไพรทุกตัว เป็นสารธรรมชาติ ที่เราทุกคนทานอยู่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง พืชชนิดนั้นต้องสามารถฆ่าผู้อื่นได้เช่นกัน อยากจะให้ท่านขอรายละเอียดจากแพทย์ ว่าสารนั้นมาจากพืชชนิดไหน จะเป็นวิทยาทานอย่างมาก และที่ควรทำอย่างยิ่ง คือแจ้งให้สาธารณสุข และ อ.ย. ทราบ เพื่อที่สมุนไพรตัวใดที่มีส่วนผสมของพืชชนิดนี้จะได้ถูกระงับ คนแข็งแรงมากอย่าง อาคุณยังทานแล้วตายเลย คนป่วยที่ไปกันมากมายคงไม่รอด เราขอสนับสนุน ให้คุณพิสูจน์ให้ถึงที่สุด และขอให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ได้ยิ่งดี แจ้งความที่ สถานีตำรวจท่าม่วง ได้เลย นำหลักฐานการตายไป ส่วนเรื่องคดีความจะดำเนินอย่างไรว่ากันอีกที เราขอให้สิ่งที่ท่านกล่าวเป็นเรื่องจริง อย่าเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อสิ่งอื่น เวรกรรมมีจริง ถ้าจริงไม่ต้องกลัวไม่มีคนรับผิดชอบ อย่างน้อยเราก็คนหนึ่งที่จะเดินเข้าคุกพร้อมหลวงพ่อนิพนธ์อย่างแน่นอน คนจริงกล้าเปิดเผยในเรื่องถูกต้อง เมื่อผิดก็ต้องมีคนรับ เราจะไปนั่งรอหมายที่มุลนิธิของท่านจากคุณ ไม่ให้อาคุณตายฟรีแน่นอน เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้คนมาทานสมุนไพรแม่ชีเมี้ยนเช่นกัน
ผู้แสดงความคิดเห็น Lord วันที่ตอบ 2011-02-01 21:59:23


ความเห็นที่ 34 (2066377)

คุณปรียานุช ปานประดับ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หลายคนรู้จักทั่วประเทศ เค้าก็รักษาตัวที่มูลนิธิไทยกรุณา ถ้าเป็นการหลอกลวง เค้าคงไม่ไปออกรายการทางทีวี คนดูทั่วประเทศ หรอกนะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ณัชริน วันที่ตอบ 2011-02-08 10:24:46


ความเห็นที่ 35 (2066401)

ดิฉันเป็นคนหนื่งที่ไม่ค่อยจะชอบกินยาหมอโรงพยาบาลด้วยความเชื่อว่ายาที่รักษาจุดหนี่งของโรคจะไปทำลายอวัยวะส่วนอื่นในร่างกายให้อ่อนแอลง ดิฉันเป็นโรคภูมิแพ้มานานต้องทานยา Certricine ก่อนนอนทุกวัน ถ้าไม่ทานตื่นนอนจะจามและน้ำมูกไหลน่ารำคาญเป็นมาตั้งแต่อายุ 20 จนตอนนี้ 56 โรคนี้เมื่อเป็นนานๆ ก็จะมีอาการหอบหืดตามมาต้องเข้าโรงพยาบาลนอนให้น้ำเกลือ 4 - 5 วัน  ดิฉันได้ไปที่ชมรมเป็นเวลา 4 เดือน นำสมุนไพรมาทานและปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด  ณ.เวลานี้อาการจามน้ำมูกไหลและหอบหืดไม่เกิดกับดิฉันเลยหลังจากมีอาการลงแดงก่อนซึ่งเวลานั้นต้องอดทนอย่างสูง  ถ้าคนที่เข้าใจว่าเอาสมุนไพรไปกินเพื่ออะไรและปฎิบัติตนอย่างไร ทุกคนจะสมปรารถนากับความตั้งใจที่ว่า  "การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ"

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แต๋ว (pbuakanthong-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-08 14:55:29


ความเห็นที่ 36 (2066426)

ทัวร์รักษาโรคมะเร็งครับ ที่สิงห์บุรี รักษากับหมอสมหมายครับ ของจริง โทรปรึกษา ได้ มีที่พัก รับการตรวจรักษาได้เลย

0869704281 ครูเปิ้ล

ผู้แสดงความคิดเห็น นายมีโชค วันที่ตอบ 2011-02-08 19:45:01


ความเห็นที่ 37 (2066454)

     รางเนื้อ-ชอบรางยาแห่ไปเป็นร้อย..รอด-1รักษาไม่ได้999...หลอกลวงทั้งนั้น..หวังรวยหรือหวังดัง..

ผู้แสดงความคิดเห็น โน วันที่ตอบ 2011-02-09 08:50:44


ความเห็นที่ 38 (2066614)
ต้องแฉ/ทุกข้อความที่ออกมาล้วนแล้วเป็นบุคคลคนเดียวกัน..ที่ลงให้มูลนิธิไทยกรุณา...
ผู้แสดงความคิดเห็น ชอบแฉ วันที่ตอบ 2011-02-11 10:17:46


ความเห็นที่ 39 (2066767)
อย่าตัดสินความคิดเห็นฃองผู้อื่นที่คิดต่างจากคุณว่าผิด ทุกคนย่อมมีเหตุผล ขึ้นอยู่กับประสพการณ์ของคนนั้นๆว่าพบเจออะไร ผู้ที่เจริญแล้วจะไม่ก้าวก่ายล่วงละเมิดความคิดเห็นของผู้อื่น
ผู้แสดงความคิดเห็น อโหสิกรรม วันที่ตอบ 2011-02-13 13:29:14


ความเห็นที่ 40 (2066792)

นานาจิตตังสามีรักษาที่มูลนิธิไทยกรุณาเป็นมะเร็งสมองขั้นสุดท้ายรักษาอยู่ประมาณ11เดือนก็เสียชีวิตแต่ทางเราไม่โทษใครทั้งนั้นกับขอบคุณเสียอีกที่ทำให้เขาได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวอีก11เดือนทั้งที่หมอแผนปัจจุนบันฟันธงว่าไม่เกิน3เดือนทุกคนเข้าไปรักษาล้วนแต่มีความหวังทั้งนั้นบางคนโชคดีก็หายจากอาการเจ็บป่วยส่วนใหญ่เท่าที่เห็นจะประสบความสำเร็จมากกว่าส่วนสามีที่รักษาไม่หายอาจจะถึงวาระของเขาก็ได้เป็นกำลังใจให้ทุกคน

ผู้แสดงความคิดเห็น ชีวิตต้องสู้ วันที่ตอบ 2011-02-13 23:06:12


ความเห็นที่ 41 (2067189)

 

ถ้าเป็นอัมพาตทับเส้นประสาทข้างหลัง (อัมพาตครึ่งตัว) จะพอมีทางกลับมาเดินได้ไหม ขอให้พอเดินได้ค่ะ

ผู้ที่เคยรักษาหรือพอทราบรายละเอียด ช่วยให้ตำตอบด้วย จะไปรักษาที่มูลนิธิค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนคอยความหวัง วันที่ตอบ 2011-02-19 22:00:27


ความเห็นที่ 42 (2067212)
อยากหายจากโรคมะเร็งหรือโรคเบาหวานติดต่อได้คุณกอย0876602808 เรามีผลิตภัณฑ์ที่ดีและรุ้ผลภายใน2เดือนถ้าอาการไม่ดีขึ้นเราพร้อมที่จะยินดีคืนเงินให้ท่าน ผลิตภัณฑ์ของเราสกัดจากสมุนไพรและพืชธรรมชาติไม่มีสารเคมีไม่เป็นอันตารยต่อผู้ใช้ ถ้าคุณอยากให้คนที่คุณรักหายเร็วๆโทรหาเรา0876602808 ถ้าผลิตภัณฑ์เราไม่เป็นที่น่าพอใจท่านเก็บกล่องเปล่าผลิตภัณฑ์ไว้แร้วส่งคืนเราแล้วเราจะคืนเงินให้ท่านทันที่
ผู้แสดงความคิดเห็น คุณ กอย กาญจนา พรมประเสริฐ โทร 0876602808 (tomza_kp_love-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-20 13:01:05


ความเห็นที่ 43 (2067254)
คนเป็นอัมพาตเท่าที่เห็นมีคนมารักษาหายก็มีมากแต่ต้องมีความอดทนเเคยเข้าไปพูดคุยกับเคนป่วยเป็นคนมาจากภาคเหนือพอวันที่เขาเดินได้ทุกคนที่ไปรักษาพากันดีใจไปกับเขาด้วยเขาใช้เวลารักษาประมาณ 6-7 เดือน เท่าที่พี่เคยเห็นส่วนใหญ่จะรักษาหายเพราะพี่เวลาพาแฟนไปรักษาพี่ชอบไปคุยกับผู้ป่วยเพื่อให้กำลังซึ่งกันและกันพอเขาประสบผลสำเร็จในการรักษาเราก็ดีใจไปกับเขาด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น ชีวิตต้องสู้ วันที่ตอบ 2011-02-21 00:22:55


ความเห็นที่ 44 (2067563)
ไม่รู้จะเชื่อใครดี งง กับชีวิต
ผู้แสดงความคิดเห็น วงสานคนอื่น วันที่ตอบ 2011-02-24 14:15:23


ความเห็นที่ 45 (2067578)

ผมขอแสดงความคิดเห็นอีกครั้งหลังจากที่ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้วในความคิดเห็นที่ 24 ไปแล้ว ได้มีญาติผู้ป่วยหลายรายโทรมาปรึกษาเรื่องโรคมะเร็ง  และถามถึงยาที่นัองสาวผมกิน ผมจึงขอบอกให้ทุกคนทราบว่า ชื่ออาหารเสริมเทพประทาน หลังจากที่น้องผมให้คีโมเสร็จ ค่าเลือด CEA อยู่ที่ 12.0 เมื่อได้กินยาเทพประทานไป 2-3 เดือน ค่าเลือด CEA ลดลงเหลือ ประมาณ 2.0 ซึ่'งค่ามาตรฐาน CEA 4.6 ปัจจุบันน้องผมกินมาเกือบ 3 ปีแล้ว ไปตรวจเลือดที่ ร.พ.เป็นประจำตามแพทย์นัด ไม่ต้องกินยาอะไรเลยนอกจากเทพประทาน ขอบอกให้คนที่เป็นโรคมะเร็งไปหาซื่อมากินเถอะครับหาซื้อไม่ยากใน NET มีขายมากมาย ลองเข้าไปที่ GOOGLE แล้วพิมพ์ อาหารเสริมเทพประทาน ราคา 1 กระป่อง (300กรัม) 500 บาท อยากให้ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย เปิดใจยอมรับมาลองกินดู ผมคนหนึ่งในครั้งแรกไม่เชื่อเลยว่ายากระป่องละ 500 จะรักษาโรคมะเร็งได้อย่างไร พอดีน้องสาวซื้อมาก็เปิดใจรับ ทดลองกินพร้อมน้องสาว ผลที่เกิดน้องสาวแข็งแรงขึ้นมากในช่วงเดือนแรก ผมเองได้ผลทางด้าน นอนหลับง่าย โรคภูมิแพ้ดีขึ้นวันนี้ผมขอจบเท่านี้ก่อน ผมทำงานอยู่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่บางเขนใครมีปัญหาที่จะแรกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิญครับทุกเรือง

ผู้แสดงความคิดเห็น PEA 286347 (sakchai_PEA-at-Hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-24 15:50:48


ความเห็นที่ 46 (2067649)
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ไปรับการรักษาที่มูลนิธิมาครับ1.ผมเห็นด้วยกับที่บอกว่ามีคนของมูลนิธิที่มีกิริยาท่าทางหรือการพูดจาที่ไม่ดีมีการไล่คนที่มารักษาด้วยเสียงดังเช่น"ถ้ามาคุยกันก็ออกไปหยุดคุยกันแค่นี้ไม่ได้จะให้มาช่วยกู้ชวิตตัวเองได้ยังไง"หรือ"ถ้าจะคุยกันก็หลับไปเลยไปคุยกันที่บ้านไม่ต้องมาคุยที่นี่"ซึ่งผมเห็นว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่รอให้คุณนิพนธ์ประธานของมูลนิธิมาแต่คุณนิพนธ์ก็ยังไม่ได้มานะครับทำไมต้องให้เงียบรอหรือคุยกันไม่ได้คนนี้ใส่แว่น2.การจัดระเบียบก็แย่ไม่มีระบบคนของมูลนิธิเองก็ยังไม่เข้าใจกันเลยคนหนึ่งให้รถเข็นเข้าทางหนึ่งพอสักพักเจ้าหน้าที่อีกคนก็มาบอกว่าใครให้มาจอดรถเข็นทางนี้3.การเข้าไปนั่งประชุมเพื่อรอการฟังเทศน์ของประธานก่อนแล้วถึงจะรับการรักษาก็มีคนกลุ่มหนึ่งได้สิทธิพิเศษไม่ต้องรอคิวที่ยาวและมีคนเอายามาให้แถมยังได้นั่งในห้องปรับอากาศซึ่งน่าจะเป็นคนที่สนิทรู้จักกับกรรมการมูลนิธิ4.ทำไมไม่บอกคนที่มารักษาว่าต้องไปทำอะไรจุดไหนก่อนหลังมันยากมากเหรอไงที่จะมีป้ายตัวเลขบอกลำดับหรือขันตอน5.ผมศรัทธาแม่ชีเมี้ยนและผมก็เชื่อว่ายาสมุนไพรแม่ชีเมี้ยนดีจริงแต่เป็นไปตามธรรมชาติสรรพคุณของมันครับซึ่งแม่ชีเมี้ยนคงทราบถึงสรรพคุุณสนุมไพรแต่ล่ะตัวแล้วนำมาผสมกันไม่ได้เกิดจากปาฐิหารย์หรืออภินิหารใดๆครับ..สุดท้ายผมหวังว่าจะมีการพัฒนาระบบการจัดการและหวังว่ว่ามูลนิธิจะดำรงไว้ซึ่งการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยไม่หวังผลตอบแทนอย่างนี้ต่อไปโดยไม่เปลี่ยนแปลงหรือมีการหาประโยชน์ในอนาคตเพราะเงินหรือความโลภจะทำให้เกิดปัญหาและจะทำให้ล่มสลายลงเหมือนถ้ำกระบอกนะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ไปมาเหมืิอนกัน วันที่ตอบ 2011-02-25 15:27:01


ความเห็นที่ 47 (2067715)
พอดีลุงของเพื่อนเป็นมะเร็ง(หรือเนื้อร้าย)ที่ไต จากเดิมตัดไป 1 ข้างแต่มันลามมาอีกข้าง หาทุกทางที่จะรักษา งงไปหมด ผมพาไปหาป้าเช็งซื้อยาที่ว่าดี(มหาบำบัด)มาลองได้ 2 วัน เจอกระทู้ของมูลนิธิไทยกรุณาอีกก็สนใจครับ..ไม่รู้จะเชื่อใคร ไม่กล้าล้อเล่นกับชีวิตคน แต่ผมว่ารักษากับโรงพยาบาลเพื่อนผมตายไป 2 คนแล้ว เลยหันมาทางพระและสมุนไพร แต่ก็มึนเพราะกลัวทางญาติลุงไม่เข้าใจถึงแนวทางรักษา เฮ่อ.กลุ้ม เพราะที่ผ่านมาสรรพคุณการรักษาผมยังไม่เคยลองกับตัวครับ..แค่ อยากระบาย
ผู้แสดงความคิดเห็น หรั่ง (hrang_101-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-02-26 22:04:10


ความเห็นที่ 48 (2067718)

เจ้าหน้าที่ของหลวงพ่อนิพนธ์บางคนก็แสดงกิริยาที่ไม่สุภาพกับผู้ป่วยเคยเห็นมากับตาตัวเองในเมื่อทุกคนที่เข้ามาช่วยหลวงพ่อล้วนแต่อยากได้บุญอุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์แต่คุณกับได้บาปกับไปทุกคนที่เข้ามารักษาเขาต้องการกำลังใจกันทั้งนั้นจะได้มากหรือน้อยก็ขอให้มีกันสักนิดก็ดีคณะกรรมการทั้งหลายเวลาคุณจะหาใครมาช่วยหลวงพ่อคุณควรคัดเลือกกลั่นกรองให้ดีหน่อยมีการอบรมมารยาทได้ยิ่งดี ตัวของหลวงพ่อท่านมีทั้งความเมตตากับทุกคนแต่บริวารของท่านทำตัวยิ่งใหญ่ขอให้คณะกรรมการทั้งหลายช่วยกันพิจารณาด้วยเพื่อมูลนิธิของท่านเอง 

ผู้แสดงความคิดเห็น เคยเจอมาแล้ว วันที่ตอบ 2011-02-26 22:36:12


ความเห็นที่ 49 (2067816)
สาธุ.ขอให้คนที่แฉข้อความจริงของมูลนิธิไทยกรุณาให้คนป่วยทุกท่านตาสว่างขึ้นกับการบริการที่แย่..มากๆของมูลนิธิไทยกรุณา.จงมีแต่ความสุข.ทุกประการเทอญ.......
ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วย วันที่ตอบ 2011-02-28 11:49:32


ความเห็นที่ 50 (2067936)

วันนี้พอมีเวลาที่จะพูดคุยกับผู้ที่มีทุกข์จากโรคมะเร็งและโรคอื่นๆที่หายาแผนปัจจุบันรักษาไม่หาย ผมให้ความเห็นที่ 24 และ 45 ไปแล้ว ผมขอยืนยันว่าอาหารเสริมเทพประทาน รักษาโรคร้ายได้จริงเพราะไม่ได้มีน้องสาวผมคนเดียวที่ประสพผลสำเร็จในการรักษา มีอีกเป็นสิบคนที่มีชีวิตอยู่ได้ตามปกติไม่ดีอาการของผู้ป่วยจะบอกเราได้ว่าดีขี้นหรือแย่ลง คุนที่ลงข้อความที่ 47 ลองหามากินดูเถอะครับ ยอมเปิดใจหาให้ลุงกิน ถ้าไม่ใช่ขั่นโคม่ายังพอมีทางเยี่ยวยารักษา การให้คีโมก็เป็นทางเลือกที่ทุกคนปฏิเศษไม่ได้ใคร่ๆก็ต้องเชื่อหมอหลวงก่อนและอีกอย่างมันเบิกค่ารักษาได้ หรือใช้สิทธิ์ ประกันสังคม หรือบัตรทอง 30 บาท หรือ จะไปหาหมอสมหมาย ที่สิงบุรี ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงหน่อย แต่ที่ผมแนะนำอาหารเสริมเทพประทาน หาง่าย และกินงาน แถมราคาถูกไม่สิ้นเปลื่องมาก ซึงอาหารเสริมชนิดนี้ มีขายมาเกือย 10 ปีแล้วแตไม่โด่งดังเพราะท่านอาจารย์ เจ้าของไม่ต้องทำเป็นธุรกิจเต็มตัวตามเจตนารมย์ของ องค์เทพ ที่ได้ประทานยามาให้เพื่อให้ผู้เจ็บป่วยที่กำลังทรัพย์ไม่มากนักมีโอกาสกินอาหารเสริมตัวนี้ ใครยังไม่มีทางเลื่อกอื่นก็ลองดุครับ หรือรักษาควบคู่กับวิธีอืนๆก็ยิ่งดี สวัสดีครับทุกท่านที่ผ่านมาอ่านข้อคิดเห็นนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น PEA 286347 (sakchai_PEA-at-Hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-03-01 14:54:08



[1] 2 3 4 5 6 7 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.